10.1.59

ศิลปิน Stoondio | สตูนดิโอ

Stoondio

ประวัติของวง Stoondio (รายชื่อเพลงด้านล่าง)

       พี่ ‘ตูน’ โชติกา คำวงศ์ปิน มีงานประจำเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอคือ Stoondio ศิลปินอิสระที่ทำเพลงเอง ขายเอง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า DIY artist เธอเคยมีผลงานเพลงชื่อว่า เสียดาย ที่เคยขึ้นสูงถึงอันดับ 2 ในชาร์ตเพลงของสถานีวิทยุ Fat Radio มีอัลบั้มเป็นของตัวเองชื่อว่า Lost-Unfound EP และยังได้เข้าชิงรางวัลศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยมของคมชัดลึกและสีสันอวอร์ดอีกด้วย

       ถ้าถามว่า เพลงที่ดีในความคิดของพี่ตูนคืออะไร ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
       - "เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เหมือนกับถามว่าอะไรสวยที่สุดในโลก" พี่ตูนตอบอย่างอารมณ์ดี เธออธิบายไว้ว่าเพลงจะดีหรือไม่ดีนั้นน่าจะขึ้นอยู่กับมุมมอง ทัศนคติของคนฟัง หรือเวลามากกว่า เธอบอกอีกด้วยว่า “เพลงที่ดีนั้นคงขึ้นอยู่กับช่วงเวลามากกว่า เหมือนตอนเด็กๆก็ชอบอย่าง โตขึ้นมาก็ชอบอีกอย่าง เพลงเหมือนทำหน้าที่ที่โตมาตามตัว ตามความรู้สึก ณ ขณะนั้นๆมากกว่า”

       กระบวนการทำเพลงของพี่ตูนเป็นอย่างไร
       - พี่ตูนบอกว่าเธอชอบแต่งเพลงเล่นมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว แล้วก็ชอบแชร์ไปให้เพื่อนสนิทฟังอยู่เสมอ เธอทำเพลงไม่ใช่เพราะหวังจะดังหรือผลกำไร แต่ทำเพลงด้วยมุมมองของคนฟังเพลงที่รวบรวมเอาสิ่งที่ชอบ ดนตรีที่ชอบ มาผสมเข้ากันจนกลายเป็นตัวของตัวเอง พี่ตูนบอกว่าเวลาแต่งเพลงๆหนึ่ง จะใช้เวลาแค่ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เธอบอกว่า "ถ้ามันนานเกินกว่านั้นมันเหมือนมันต้องปรุงแต่ง ต้องประดิษฐ์ประดอย แต่ถ้าเรามีอะไรที่อยากเขียนมากๆ มันเหมือนน้ำที่เอ่อจนจะล้นแก้ว คำพูดทั้งหลายมันเหมือนจะพรั่งพรูออกมาได้เอง และแต่งได้ดีกว่า"

       Garage Band เป็นโปรแกรมการอัดและมิกซ์เพลงง่ายๆที่ติดมากับเครื่อง Mac ที่พี่ตูนใช้ ซึ่งเธอก็ได้ใช้มันเพื่ออัดเพลงไว้ ‘กันลืม’ มากกว่า มีไอเดียอะไรก็อัดเก็บไว้ แต่พอเธอได้ทำเพลงชื่อว่า Untitled 001 เสร็จก็รู้สึกว่าเพลงมันเต็มแล้วก็เลยลองส่งไปที่รายการ Bedroom Studio ของสถานีวิทยุ Fat Radio ซึ่งได้ผลตอบรับดีถึงขั้นได้ติดเข้าไปในชาร์ตเพลงและไต่ขึ้นไปอันดับค่อนข้างดีอีกด้วย ประกอบกับว่าช่วงนั้นกำลังจะมีงาน The Last Fat Fest ก็เลยตัดสินใจอยากนำเพลงเก่าๆที่มีอัดเก็บไว้ 30-40 เพลง คัดออกมาทำขาย  แต่ตอนนั้นเหลือเวลาแค่เดือนเดียวซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก แต่ก็บังเอิญว่าพี่ปอย Portrait มาชอบเพลงของเธอเพลงหนึ่งจนมาขอซื้อ ซึ่งพี่ตูนก็เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่า "เราไม่ขายแต่ไปขอให้เขาทำ mastering ให้ซึ่งสงสารพี่ปอยมากเพราะเขาดูเหนื่อยมาก เพราะเวลาน้อย เขาก็ต้องใช้เวลาช่วงเดียวกันทำเพลงของเขาเองด้วย"

       ตอนทำ mastering นั้น ถ้าคิดเป็นตัวเลข พี่ตูนบอกว่าเสียงประมาณ 90% นั้นเอามาจากที่เคยอัดในโปรแกรม Garage Band มาปรับทำให้มันฟังดูสะอาดขึ้น แล้วมิกซ์ผสมกับอีก 10% ที่เป็นการร้องใหม่และ sound ที่เพิ่มเติมเข้าไป เธอบอกอีกด้วยว่า "ถึง track ที่เอาออกมาจาก Garage Band จะมีทั้งร้องเพี้ยน กีต้าร์เพี้ยน ดูมีความผิดพลาดในนั้น แต่เราก็ชอบแบบนั้นแหละ" ซึ่งฟังน้ำเสียงเธอแล้วนึกออกเลยว่าเธอกำลังพูดอย่างมีความสุขมาก

       แนวคิดที่มีต่อศิลปินอิสระ
       - "เรามาค้นพบว่าคนที่ชอบ Stoondio นั้นชอบทั้งตัวเพลงและบทความในปกอัลบั้มนะ ไม่ใช่แค่ตัวเพลงนะ” และพี่ตูนก็เสริมด้วยว่าสำหรับเธอแล้ว เธอคิดว่าดนตรีนั้นเป็นเรื่อง lifestyle มากกว่า ไม่ใช่แค่ตัวเพลง เหมือนอย่างพี่เล็ก Greasy Cafe ที่คนไม่ได้ชอบแค่เพลงของเขา แต่เป็น lifestyle ของเขาด้วยที่ทำให้คนอยากติดตาม  นอกจากนี้ประสบการณ์ดนตรีต้องเป็นแบบบูรณาการ ต้องมีอะไรที่คนฟังจะได้ไปมากกว่าตัวเพลงเพียงอย่างเดียว ซึ่งพี่ตูนก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า การขายของแบบหนึ่งชิ้น ขายได้เสร็จมันก็จบและแปปเดียวก็หายไป แต่ถ้าขายเป็นเซ็ต มันมีเรื่องราว มีสตอรี่ มันน่าสนใจมากกว่าเยอะ  พี่ตูนยังเสริมอีกว่า โดยส่วนตัวของเธอ เธอมองว่าศิลปินต้องมีความจริงใจให้กับคนฟังก่อน ไม่ใช่ทำแค่ตัวเพลงออกมาอย่างเดียว ถึงจะได้ใจของผู้ฟังด้วย

ที่มา : indiecampfire
อัลบั้ม : Almost The Third Album

1.เพลง ดีกว่า (Better)
2.เพลง กอด
3.เพลง Tinder
4.เพลง Cleo
5.เพลง กระจกเงา

อัลบั้ม : Plural

1.เพลง ก่อนหน้านี้ไม่นาน
2.เพลง ก้าวก่าย
3.เพลง บทกวี
4.เพลง ผ่านมา ผ่านไป
5.เพลง พยากรณ์
6.เพลง ภาวนา
7.เพลง ยินดีที่ได้พบเธอ
8.เพลง วาจา
9.เพลง สำคัญ

อัลบั้ม : Lost Unfound EP

1.เพลง แค่เธออยู่ตรงนี้
2.เพลง สุญญากาศ
3.เพลง Untitled 001 (Paralysed)
4.เพลง แธม
5.เพลง เสียดาย
6.เพลง ภาพจำ